วิวัฒนาการราชกิจจานุเบกษา
สมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงสมัย รัชกาลที่ ๗
(ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง)
โดยสังเขป
วิวัฒนาการราชกิจจานุเบกษา
สมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงสมัย รัชกาลที่ ๗
(ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง)
โดยสังเขป
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จขึ้น ครองราชสมบัติในปี พุทธศักราช ๒๔๕๓
หลังจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จ สวรรคต หนังสือราชกิจจานุเบกษาซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ ออกหนังสือราชกิจจานุเบกษาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรง พระกรุณาโปรดให้ออกหนังสือราชกิจจานุเบกษาสืบต่อมาดังเช่นใน รัชกาล ก่อนๆ
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสมัยที่มี ความเจริญรุ่งเรืองด้านการละครและ วรรณกรรม โดยเฉพาะการออกวารสาร และหนังสือพิมพ์ ราชกิจจานุเบกษาเป็นสิ่งพิมพ์ประเภท วารสาร ออกสัปดาห์ละครั้งนอกจากในกรณีมีเรื่องราชการสำคัญรีบด่วนจะออกฉบับพิเศษในช่วง เวลานั้นๆ โดยออกติดต่อกันเป็นลำดับ ถึงปีพุทธศักราช ๒๔๖๘ ซึ่งตรงกับ รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ราชกิจจานุเบกษา ก็ยังพิมพ์ออกเผยแพร่โดยสม่ำเสมอ
ราชกิจจานุเบกษา
ลักษณะรูปเล่ม
ราชกิจจานุเบกษา ในสมัยรัชกาลที่ ๖ - รัชกาลที่ ๗ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ มีขนาดรูปเล่ม ๑๗ หน้ายก หรือขนาด ๑๔ ๑/๗ x ๒๑ ๑/๗ ซม.
ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๓ (ร.ศ. ๑๒๙๗) ซึ่งออกเป็นเล่ม ๒๗ มีตรา "อาร์ม" ซึ่งเป็นตราแผ่นดินเป็นสัญลักษณ์ ครั้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ - ๒๔๕๕ (ร.ศ. ๑๓๐ - ๑๓๑) เล่ม ๒๘, ๒๙ โปรดให้ใช้ตรา "ครุฑ" เป็นสัญลักษณ์ ซึ่ง ลักษณะครุฑในบางเล่มแตกต่างกัน ส่วนกรกรรมชั้นนั้น ยังคงใช้รัตนโกสินทรศก เป็นเครื่องกำหนดปี เช่น เล่ม ๒๗ รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ และแยกเนื้อเรื่องเป็นแผนกราชกิจจาและแผนกกฤษฎีกา อย่างไรก็ดี ราชกิจจานุเบกษาพิเศษ ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๒๙ การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและเฉลิมพระราชมณเฑียร เริ่มใช้ทั้งจุลศักราช พุทธศักราช และรัตนโกสินทรศก กำกับทั้ง ๓ ศักราชแล้ว
ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๔๕๗ เล่ม ๓๐ ถึงเล่ม ๔๙ คงใช้ตรา "ครุฑ" เป็นสัญลักษณ์ และพุทธศักราช ๒๔๖๔ เป็นต้นมา ราชกิจจานุเบกษา จะมีสารบาญอยู่ด้านหน้า ทำนองเดียวกับวารสารทั่วๆ ไป เมื่อครบปี จะมีสารบาญรวมทั้ง แผนกกฤษฎีกา และแผนกราชกิจจานุเบกษา ที่เรียกว่า แผนกสามัญ โดยแบ่งออกเป็นครั้งๆ เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นภาค ๑ ครั้งปีหลัง ตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นภาค ๒ แต่ละแผนกจะมีสารบาญเฉพาะของแต่ละปี เช่น สารบาญแผนกกฤษฎีกา ภาค ๑ หน้า ๑ ถึงหน้า ๓๑๐ ภาค ๒ หน้า ๓๑๑ - ๕๑๓ เป็นต้น
ราชกิจจานุเบกษามีการกำหนดเลขหน้าเฉพาะของแต่ละแผนก ไม่ใช้ร่วมกันทั้งแผนกกฤษฎีกาและแผนกราชกิจจา โดยแยกเลขหน้า เริ่มจากหน้า ๑ ทั้งสองแผนก การนำมารวมเล่มจะแยกเป็นสองแผนก เรียงตามเลขหน้า และวันที่กำหนดออก ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๕ จะออกทุกวันอาทิตย์ นอกจากมีราชการพิเศษจะมีฉบับพิเศษออกเพิ่มขึ้น โดยจะมีคำว่า ฉบับพิเศษ อยู่ที่แผ่นแรกของราชกิจจานุเบกษา การนำมารวมเล่มในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๗ จะออกทุกวันอาทิตย์ และเริ่มจากเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนเริ่มต้นปีใหม่ไทยในยุคนั้น
ราชกิจจานุเบกษาเป็นเอกสารที่ออกโดยราชการ ในช่วงแรกๆ จึงแจกจ่ายให้กับเสนาบดี ข้าราชการ หรือประชาราษฎร์บางส่วนเท่านั้น จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงประกาศให้เก็บเงินจากผู้ที่ขอรับหนังสือ ราชกิจจานุเบกษา เป็นรายปี ปีละ ๕ บาท ถ้าส่งให้ถึงบ้านต้องเสียเพิ่มอีก ๒ บาท รวมเป็น ๑๐ บาท ในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ นั้น การชำระเงินบอกรับหนังสือราชกิจจานุเบกษา ให้ย่ายส่งหน้าเป็นปี ทั้งนี้ตามในแจ้งความที่แนบมาด้วยกับราชกิจจานุเบกษาของพระยาประกาศอักรกิจ ผู้จัดการหนังสือราชกิจจานุเบกษาในยุคนั้น ตามในแทรกในหน้าสุดท้ายของ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๐ หน้า ๑๒๐ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๔๕๖
ราชกิจจานุเบกษา
เรื่องที่นำลงพิมพ์
ราชกิจจานุเบกษา เป็นสิ่งพิมพ์ของราชการ เรื่องที่นำลงตีพิมพ์ ส่วนใหญ่จึงเป็น
เรื่องเกี่ยวกับทางราชการ กล่าวคือ
- ข่าวในพระราชสำนัก ได้แก่ ข้อราชการและข่าวต่างๆ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ต่างๆ เช่น พระราชพิธีตรุษ สงกรานต์ พระราชพิธีศรีสัจจ์ปานการ การเสด็จออกประทับเพื่อ พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา พระราชทานเข็มข้าหลวงเดิม และเหรียญอื่นๆ การเสด็จออกประทับเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ วงศานุวงศ์ อัคราชทูต ข้าราชการ เป็นต้น เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และการพระราชพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชสำนัก เป็นต้น
- ประกาศพระบรมราชโองการ จะเป็นประกาศพระบรมราชโองการในเรื่อง ต่างๆ เช่น ประกาศ พระบรมราชโองการให้เปลี่ยนนามหน่วยบางหน่วย และนามตำแหน่งบางตำแหน่งในกรม ทหารเรือ ประกาศพระบรม ราชโองการเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ ประกาศ พระราชทานต่างๆ ประกาศเรื่องต่างๆ เป็นต้น
- ประกาศกระทรวง กรมต่างๆ เช่น ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกฎเสนาบดีๆ ว่าด้วย การกำกับตรวจตราคนต่างด้าวเข้าประเทศ สยาม ประกาศกระทรวงพระคลังหลวงสมบัติ ประกาศกระทรวง เกษตราธิการ ประกาศกระทรวงธรรมการ ประกาศกระทรวงทหารเรือ ประกาศกรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม เป็นต้น
- ข่าวต่างๆ จะลงข่าวทั่วๆ ไป รวมทั้งข่าวเสด็จพระราชดำเนิน ประทับแรม การแปรพระราช สถาน ข่าวเพลิงไหม้ ข่าวสิ้นพระชนม์ ข่าวนิจกรรม ข่าวมรณภาพ ข่าวตาย ข่าว พระราชทานเพลิงศพ ข่าวต่าง ๆ จะให้รายละเอียดอันจะเป็นข้อมูลในการค้นคว้าโดย เฉพาะ ข่าวตาย ข่าวสิ้น หรือข่าวสิ้นพระชนม์ จะให้รายละเอียดประวัติของบุคคลนั้นๆ ด้วย ซึ่ง เป็นประโยชน์ในการค้นคว้าชีวประวัติบุคคล
- เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ เช่น แจ้งความกระทรวงนครบาล เรื่องให้เงินบำรุงวิชา พยาบาล รายงานกระทรวงธรรมการ แผนก กรมธรรมการ เป็นรายงานผู้มีศรัทธาบริจาค เงินช่วยในการปฏิสังขรณ์ วัดต่างๆ แจ้งความกระทรวงราชบัณฑิตยสภา เรื่องมีผู้ให้หนังสือบำรุงหอพระ สมุดวชิรญาณ บัญชีรายงานน้ำฝนประจำเดือนตั้งแต่เดือนมาถึงเดือน เป็นต้น
ราชกิจจานุเบกษา
ประโยชน์และคุณค่า
ราชกิจจานุเบกษา เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามหาศาล เป็นแหล่ง ข้อมูลที่สำคัญยิ่งในด้านประวัติศาสตร์ของไทย
เป็นหลักฐานในการค้นคว้า ในด้านต่างๆ เช่น
- ด้านประวัติศาสตร์ ราชกิจจานุเบกษาได้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ ข่าวในพระราชสำนัก การเปลี่ยนแปลง โยกย้าย การแต่งตั้งในข้อราชการของแต่ละ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ควรศึกษาค้นคว้า
- ด้านการเมืองการปกครอง ราชกิจจานุเบกษาเป็นหลักฐานอัน สำคัญยิ่งในด้านการเมือง การปกครอง ในช่วงรัชกาลที่ ๖ และ รัชกาลที่ ๗ ก่อนเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง
- ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี โดยศึกษาได้จากข่าวต่างๆ โดย เฉพาะข่าวในพระราชสำนัก หรือการบันทึกพระราชกรณียกิจ ให้ทราบถึงขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับพระราชสำนัก ซึ่งเป็น หลักฐานยืนยันว่าประชาชนชาวไทยนั้น มีความจงรักภักดีในสถาบัน พระมหากษัตรีย์เป็นอย่างยิ่ง
- ด้านภาษา ทำให้ทราบถึงการวิวัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงใน การใช้ภาษาและตัวอักษร ในแต่ละช่วงปีนั้นๆ
นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการ ตุลาการ และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงกับหน่วยราชการและศึกษาวิวัฒนาการ พิมพ์หนังสือของประเทศ ทั้งระบบการพิมพ์ตัวอักษร การจัดรูปเล่ม การจัดคอลัมน์ ในแต่ละสมัยแต่ละรัชกาลได้เป็นอย่างดี เพราะมีการ จัดพิมพ์อย่างต่อเนื่องสืบมาจนถึงปัจจุบัน